การออกแบบโปรแกรมให้เป็นมิตรกับ User (Usability)

ทุกวันนี้การออกแบบโปรแกรมโดยไม่คำนึงถึงผู้ใช้งานนั้นมีผลกับการตอบรับหรือความนิยมในตัวโปรแกรมมากขึ้น เนื่องจากผู้ใช้งานในปัจจุบันอยู่กับเทคโนโลยีที่มีความรวดเร็ว และสะดวกมากกว่าสมัยก่อนมาก หากออกแบบโปรแกรมมาใช้งานยากเกินไปก็จะถูกเมิน และถูกเลิกใช้งานไปในที่สุด ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องรู้จักกับคำว่า Usability เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบโปรแกรมให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานให้มากที่สุด
Usability เป็นตัวชี้วัดความง่ายในการใช้งานโปรแกรมซึ่งจะต่างจาก Utility (อรรถประโยชน์) และความชอบส่วนตัวของผู้ใช้งาน ตัวอย่างที่สังเกตุได้ง่ายๆ เช่น โปรแกรม A และ โปรแกรม B มีไว้สำหรับค้นหารูป โดยโปรแกรม A สามารถกรอกคำค้นหาได้จาก Textbox กล่องเดียว ส่วนโปรแกรม B สามารถค้นหารูปจากการหารูปด้วยตาแล้วเปลี่ยนหน้าเพื่อหารูปในหน้าถัดไป จากตัวอย่างจะเห็นกันชัดๆ แล้วว่า โปรมแกรม A มี Usability สูงกว่าโปรแกรม B อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะผู้ใช้โปรแกรมสามารถค้นหาารูปได้ตรงตามต้องการได้อย่างรวดเร็ว


การที่ผู้ใช้งานสามารถใช้โปรแกรมแล้วได้ผลลัพธ์ที่ผู้ใช้ต้องการเร็วมากที่สุด ถือเป็นโปรแกรมที่มี Usability ที่ดี บางคนใช้วิธีการลดปริมาณการคลิกเมาส์ ลดการพิมพ์คีย์บอร์ด ให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้โปรแกรมนั้นซับซ้อนน้อยลง จึงทำให้ใช้งานง่ายขึ้น แต่เทคนิคพวกนี้ก็ยังไม่ตอบโจทย์ได้ว่าเป็นโปรแกรมที่มี Usability สูง ผู้พัฒนาโปรแกรมจะต้องมองถึงแง่ของความเรียบง่ายไม่ยุ่งเหยิงขององค์ประกอบใน 1 Screen ต้องออกแบบให้ผู้ใช้งานมองเพียงชั่วครู่ก็รู้ได้เลยว่าโปรแกรมทำอะไรได้ หากใช้อะไรที่เป็นสากลได้ก็อย่าลังเลที่จะใช้ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรจะมีตัวช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจโปรแกรมได้ง่ายขึ้น เช่น Tool Tips เป็นต้น
ยังมีอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ Navigation ในโปรแกรม ผู้ใช้งานต้องรู้ว่าตัวเองกำลังใช้งานอยู่ส่วนไหนของโปรแกรม และไปยังหน้าอื่นๆ ได้อย่างสะดวกและไม่สับสน
เทคนิคสุดท้ายที่จะสามารถชี้วัดได้ง่ายที่สุดคือ โปรแกรมที่ออกแบบแล้วให้เด็กประถมใช้งาน เด็กใช้งานเป็นโดยไม่ต้องมีคนแนะนำการใช้งาน นั่นหมายความว่าโปรแกรมที่คุณออกแบบนั่นใช้งานง่ายแล้วนั่นเอง

You May Also Like

1 Comment

ใส่ความเห็น