บริษัทญี่ปุ่นเปิดตัวฟาร์มผักโดยหุ่นยนต์เป็นแห่งแรกของโลก

Spread บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายพืชผักจากญี่ปุ่น เผยโครงการสร้างฟาร์มผักกาดแบบใช้งานหุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตแทนคนแทบทั้งหมด ตั้งเป้าเริ่มใช้งานได้จริงในช่วงกลางปีหน้า
ฟาร์มผักกาดที่ว่านี้เป็นโรงเรือนขนาด 4,400 ตารางเมตร ตั้งที่เมือง Kameoka เขตจังหวัด Kyoto จะใช้หุ่นยนต์ทำงานเกือบทุกขั้นตอนตั้งแต่การย้ายต้นอ่อน, รดน้ำบำรุง, ตัดแต่งใบ ตลอดไปจนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว คงเหลือแต่เพียงการเพาะเมล็ดเท่านั้นที่ยังทำโดยแรงงานคน ทั้งนี้ Spread ประเมินว่าการใช้หุ่นยนต์มาทำงานนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตผักกาดจาก 21,000 ต้นต่อวัน ให้เพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ต่อวัน และตั้งเป้าว่าภายในอีก 5 ปีถัดไปจะใช้ระบบหุ่นยนต์มาขยายกำลังการผลิตให้ถึง 500,000 ต้นต่อวัน อ่านเพิ่มเติม บริษัทญี่ปุ่นเปิดตัวฟาร์มผักโดยหุ่นยนต์เป็นแห่งแรกของโลก

[ข่าวลือ] iPad Air 3 จะมาพร้อมกับแรม 4 GB และความละเอียดหน้าจอระดับ 4K

ช่วงนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของแอปเปิลที่คาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม ล่าสุด เว็บไซต์ DigiTimes รายงานข้อมูลจาก General Interface Solution และ TPK บริษัทรับผลิตจอภาพจากประเทศไต้หวัน ที่ได้เผยว่า iPad รุ่นใหม่จะมาพร้อมหน้าจอ 9.7 นิ้ว ความละเอียด ระดับ 4K, แรม 4 GB และปรับปรุงด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่

แต่ทั้งนี้ฟีเจอร์ 3D Touch ที่เปิดตัวพร้อมกับ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus จะยังไม่มาบน iPad รุ่นใหม่ เนื่องด้วยกระบวนการการผลิตที่ยากขึ้นสำหรับอุปกรณ์หน้าจอใหญ่

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า iPad Air รุ่นใหม่จะมีแฟลช LED ที่กล้องหลัง, ลำโพง 4 ตัว พร้อม Smart Connector แบบ iPad Pro

Google Play Store เพลย์สโตร์ (Android Market) ช่องทางการซื้อแอพของ Android

Google ได้ไปจดลิขสิทธิ์ชื่อ Google Play เพื่อนำมาเปลี่ยนชื่อบริการคอนเท้นต์ต่างๆ ที่ทาง Google มี อาทิ เช่น Android Market, Google Movies, Google Music, Google Books เพื่อง่ายต่อการจดจำของผู้ใช้งาน โดยบริการทั้งหมดจะอยู่ภายใต้ชื่อ Google Play ซึ่งจะสอดแทรกคำว่า Play ลงไปในบริการต่างๆ เพิ่มเติม ตามนี้ Android Market จะเป็น Google Play Store, Google Movies เป็น Google Play Movies, Google Book เป็น Google Play Books และ Google Music เป็น Google Play Music Apps ตอนนี้เวอร์ชั่นล่าสุดเป็น Google Play Version 4.5.10  อ่านเพิ่มเติม Google Play Store เพลย์สโตร์ (Android Market) ช่องทางการซื้อแอพของ Android

Symantec พบ ช่องโหว่ใน Flash Player และยังไม่มีแพตช์แก้ตอนนี้

flash player      ทาง Symantec ได้แจ้งว่ามีช่องโหว่ใหม่ของ Flash Player รหัส CVE-2015-0313 แล้วยังพบการโจมตีผ่านช่องโหว่นี้ไปแล้วด้วย ช่องโหว่นี้มีใน Flash Player ทุกรุ่น รวมถึงรุ่นล่าสุด 16.0.0.296 ที่เพิ่งออกมาไม่กี่วันก่อน
ส่วน Adobe ได้รับทราบปัญหานี้แล้ว และบอกว่าจะรีบออกแพตช์ภายในสัปดาห์นี้ นั่นแปลว่าผู้ใช้ Flash Player มีความเสี่ยง วิธีป้องกันตัวชั่วคราวคือปิดการทำงานของ Flash Player ไปก่อนจนกว่าจะมีแพตช์ครับ
จากข้อมูลของ Symantec บอกว่าแฮ็กเกอร์เริ่มรันแคมเปญโฆษณาให้ดาวน์โหลดไฟล์มัลแวร์ เพื่อโจมตีคอมพิวเตอร์ผ่านช่องโหว่นี้ ผลกระทบคือทำให้เครื่องแครชและอาจถูกแฮ็กเกอร์ควบคุมเครื่องได้จากระยะไกล

เครดิต: blognone

Maven 3 คืออะไร

Maven 3 คืออะไร

กลับเข้าสู่คำถามที่ว่า What is Maven? มันคืออะไร? สิ่งนี้มันคือเครื่องมือตัวหนึ่ง จะเรียกได้ว่าเป็น  Quality Tool ก็ได้ คำสั่งที่สามารถสั่งได้ก็อย่างเช่น Compile, Clean, Test, Pack, Deploy   Maven มีข้อจำกัดในการปรับแต่งต่างๆว่าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงหรือทำการปรับแต่งได้มากแค่ไหน Maven เป็นโปรแกรมที่ต้องโหลดจากเว็บไซต์ของ Lib นั้นๆ ดังนั้นจำเป็นต้องมีอินเตอร์เน็ตในการดาวน์โหลด

ส่วนในเรื่องของการติดตั้งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้มีขั้นตอนดังนี้

  1.  สามารถที่จะ Download maven ที่website http://maven.apache.org/download.html และอย่าลืมว่าก่อนจะโหลดได้นั้นต้องต่ออินเตอร์เน็ตด้วย

2. หลังจากนั้นก็ทำการตั้งค่า Environment และตั้งค่า Path ของ maven ให้เรียบร้อย

  1. และที่เหลือก็เป็นการทดลองเปิดใช้งานดู ซึ่งถ้าในครั้งแรกเราต้องการตรวจสอบก่อนโดยอาจจะพิมพ์คำสั่งไปประมาณว่า Maven Version

หน้าจอที่แสดงขึ้นมาเมื่อต้องใช้ Maven นั้นมันอาจจะดูยุ่งเหยิงวุ่นวายไปนิดหน่อย แต่ตัวนี้แหละที่มันจะเป็นตัวสำคัญในการกำหนดโปรเจ็คของเรา และข้อดีของมันก็คือมันสามารถใช้งานได้ดีกับ Library ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันไหนก็ตาม เราสามารถใช้ Maven เป็นตัวสร้างสคริปต์หรือว่าโปรเจ็คได้ด้วยตัวเอง

Maven เป็นเครื่องมือบริหารการจัดการสามารถสร้างงานขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆ สรุปแล้ววัตถุประสงค์ของ Maven3 ก็คือการสร้างประสิทธิภาพของงานให้ดีมากขึ้น โดยมีการปรับปรุงและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การพัฒนาโปรแกรมเพื่อพัฒนางานก็สามารถช่วยให้การทำงานต่างๆทำได้ง่ายมากกว่าเดิม แต่ข้อสำคัญที่ไม่ควรลืมเลยคือ Maven ต้องต่ออินเตอร์เน็ตด้วยถึงจะใช้ได้

ไมโครซอฟท์ประกาศอัพเดต Windows 10 ฟรี ให้ผู้ใช้ Windows 8.1 และ Windows 7

Windows10    ตอนนี้ไมโครซอฟท์ยังขึ้นเวทีโชว์ฟีเจอร์ชุดใหม่ของ Windows 10 กันอยู่ แต่ประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้ทั่วไปสนใจกันอย่างการอัพเกรดนั้นได้ประกาศบนเวทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้ที่ต้องการอัพเกรดไปเป็น Windows 10 นั้น ไมโครซอฟท์ยังคงใจดีต่อเนื่อง หลังจากที่เคยให้ผู้ใช้ Windows 8 อัพเกรดเป็น Windows 8.1 ฟรี มารอบนี้ไม่ใช่แค่ Windows 8.1 จะได้อัพเกรดฟรี แต่เป็นรุ่นเก่ากว่าและเลิกขายไปแล้วอย่าง Windows 7 ที่จะได้อัพเกรดไปด้วย ฝั่งสมาร์ทโฟนอย่าง Windows Phone 8.1 ก็จะได้รับการปฏิบัติในแบบเดียวกัน

ข้อจำกัดของการอัพเกรดในครั้งนี้คือ ต้องอัพเกรดภายในปีแรกที่ Windows 10 เปิดให้อัพเกรดเท่านั้น ซึ่งน่าจะมีข้อจำกัดในการอัพเกรด เช่นฮาร์ดแวร์ที่รองรับ มาเพิ่มเติมในภายหลัง แต่ดูจากแนวทางใหม่นี้ ดูเหมือนว่าฝั่งระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์จะเข้าใกล้การให้บริการจนกว่าจะสิ้นอายุขัยเข้าไปเรื่อยๆ ครับ

เครดิต:Blognone

กสทช.บอกต้องลงทะเบียยมือถือเติมเงิน ก่อน 31 ก.ค.ไม่งั้นจะโทรออก และเล่นเน็ตไม่ได้!

กสทช.ได้เดินหน้าแก้ปัญหาผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน (พรีเพด) ที่ไม่ได้ลงทะเบียนแสดงตัวตนบางส่วนเพื่อนำเบอร์ดังกล่าวโทร.ไปหลอกลวงประชาชน หรือนำไปเป็นชนวนในการจุดระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง

 

กสทช

ด้วยการออกประกาศให้โอเปอเรเตอร์ทั้ง 5 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ต้องให้ลูกค้าระบบพรีเพดของแต่ละบริษัทที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 90 ล้านเลขหมายที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน มาลงทะเบียนแสดงตัวตนให้เสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ หากประชาชนรายใดฝ่าฝืนโอเปอเรเตอร์สามารถตัดสัญญาณได้ทันที ทำให้ประชาชนโทร.ออกไม่ได้ ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้ เหลือเพียงการรับสายเพียงอย่างเดียว โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.นี้ และต้องลงทะเบียนผู้ใช้ระบบพรีเพดให้เสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 31 ก.ค.

การเตรียม Environment JSF

ในบทนี้จะสอนให้คุณได้รู้วิธีการเตรียมสิ่งแวดล้อม (environment) สำหรับเริ่มต้นพัฒนาโปรแกรมร่วมกับ JSF Framework และสอนการ setup JDK, Eclipse, Maven, และ Tomcat บนเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะ setup JSF Framework

ความต้องการของระบบ (System Requirement)

JSF ต้องการ JDK 1.5 หรือมากกว่า ดังนั้นแรกสุดเลยคุณต้องมี JDK อยู่ในเครื่องก่อนจะลงอย่างอื่นต่อไป

JDK 1.5 หรือมากกว่า
Memory ไม่ได้กำหนด
Disk Space ไม่ได้กำหนด
Operating System ไม่ได้กำหนด

การเตรียมสิ่งแวดล้อมสำหรับพัฒนา application ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 – ตรวจสอบการติดตั้ง Java บนเครื่อง

เปิด console และเรียกคำสั่ง execute java ตามในตารางด้านล่าง

OS Task Command
Windows เปิด Command Console c:\> java -version
Linux เปิด Command Terminal $ java -version
Mac เปิด Terminal machine:~ joseph$ java -version

ทำการตรวจสอบ output ที่ได้จะออกมาเหมือนหรือคล้ายกับตารางด้านล่าง

OS Generated Output
Windows java version “1.6.0_21”
Java(TM) SE Runtime Environment (build 1.6.0_21-b07)
Java HotSpot(TM) Client VM (build 17.0-b17, mixed mode, sharing)
Linux java version “1.6.0_21”
Java(TM) SE Runtime Environment (build 1.6.0_21-b07)
Java HotSpot(TM) Client VM (build 17.0-b17, mixed mode, sharing)
Mac java version “1.6.0_21”
Java(TM) SE Runtime Environment (build 1.6.0_21-b07)
Java HotSpot(TM)64-Bit Server VM (build 17.0-b17, mixed mode, sharing)

ขั้นตอนที่ 2 – ติดตั้ง Java Development Kit (JDK):

ถ้ายังไม่ได้ติดตั้ง Java Software Development Kit (SDK) ให้ไปดาวน์โหลดจากเว็บของ Oracle : Java SE Downloads เมื่อเปิดเว็บตามลิ้งแล้วก็จะเจอกับปุ่มดาวน์โหลดให้ทำการดาวน์โหลดตัว JDK แล้วติดตั้งลงเครื่อง สุดท้ายทำการกำหนด PATH และ JAVA_HOME ใน environment variables เป็นไดเร็กทอรี่ที่เก็บ java และ javac ซึ่งปกติจะอยู่ใน [java_install_dir]/bin กับ [java_install_dir] ตามลำดับ

กำหนดค่า JAVA_HOME ในตัวแปร environment โดยอ้างตาม directory ที่วาง Java เอาไว้

ตัวอย่าง

OS Output
Windows Set the environment variable JAVA_HOME to C:\Program Files\Java\jdk1.6.0_21
Linux export JAVA_HOME=/usr/local/java-current
Mac export JAVA_HOME=/Library/Java/Home

Append Java compiler location to System Path.

OS Output
Windows Append the string ;%JAVA_HOME%\bin to the end of the system variable, Path.
Linux export PATH=$PATH:$JAVA_HOME/bin/
Mac not required

Alternatively, if you use an Integrated Development Environment (IDE) like Borland JBuilder, Eclipse, IntelliJ IDEA, or Sun ONE Studio, compile and run a simple program to confirm that the IDE knows where you installed Java, otherwise do proper setup as given document of the IDE.

ขั้นตอนที่ 3 – ติดตั้ง Eclipse IDE

ในบทเรียนนี้เราจะใช้โปรแกรม Eclipse ในการพัฒนาโปรแกรม แนะนำให้ทำการลงโปรแกรม Eclipse เวอร์ชันล่าสุดที่เข้ากันไปกับ operation system (OS) ในเครื่อง

ในการ install Eclipse IDE ให้ทำการดาวน์โหลด Eclipse ที่รองรับ WTP จาก http://www.eclipse.org/downloads/เมื่อดาวน์โหลดตัว install เสร็จแล้วให้ทำการแตกไฟล์ไปในที่ไหนก็ได้แล้วแต่สะดวกเช่น C:\eclipse สำหรับ windows หรือ /usr/local/eclipse สำหรับ Linux/Unix

Eclipse สามารถรันได้จากคำสั่งบนเครื่อง windows หรือเปิดจากการ double click ที่ไฟล์ eclipse.exe ก็เปิดโปรแกรมได้ง่ายๆ

 %C:\eclipse\eclipse.exe

Eclipse สามารถรันได้จากคำสั่งบนเครื่อง Unix (Solaris, Linux, etc.)

$/usr/local/eclipse/eclipse

หลังจากเปิดเสร็จแล้ว ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีผลจะเป็นดังรูปด้านล่าง

EclipseHomePage

 

*หมายเหตุ: การติดตั้ง m2eclipse plugin บน eclipse ให้ใช้ eclipse software update site

m2eclipse Plugin – http://m2eclipse.sonatype.org/update/.

plugin นี้จะทำให้ผู้พัฒนารันคำสั่ง maven ภายในโปรแกรม eclipse ด้วย embedded และ external maven

ขั้นตอนที่ 4: Download Maven archive

Download Maven 2.2.1 จาก http://maven.apache.org/download.html

OS Archive name
Windows apache-maven-2.0.11-bin.zip
Linux apache-maven-2.0.11-bin.tar.gz
Mac apache-maven-2.0.11-bin.tar.gz

ขั้นตอนที่ 5: Extract the Maven archive

แตกไฟล์ไว้ในไดเร็กทอรี่ที่คุณต้องการ install Maven 2.2.1 โดยที่ subdirectory apache-maven-2.2.1 จะเกิดจากการแตกไฟล์

OS Location (can be different based on your installation)
Windows C:\Program Files\Apache Software Foundation\apache-maven-2.2.1
Linux /usr/local/apache-maven
Mac /usr/local/apache-maven

ขั้นตอนที่ 6: Set Maven environment variables

เพิ่ม M2_HOME, M2, MAVEN_OPTS ใน environment variables.

OS Output
Windows กำหนด environment variables ใช้ system properties.
M2_HOME=C:\Program Files\Apache Software Foundation\apache-maven-2.2.1M2=%M2_HOME%\binMAVEN_OPTS=-Xms256m -Xmx512m
Linux เปิด command terminal และกำหนด environment variables.
export M2_HOME=/usr/local/apache-maven/apache-maven-2.2.1export M2=%M2_HOME%\binexport MAVEN_OPTS=-Xms256m -Xmx512m
Mac เปิด command terminal และกำหนด environment variables.
export M2_HOME=/usr/local/apache-maven/apache-maven-2.2.1export M2=%M2_HOME%\binexport MAVEN_OPTS=-Xms256m -Xmx512m

ขั้นตอนที่ 7: Add Maven bin directory location to system path

ต่อตัวแปล M2 ใน System Path

OS Output
Windows ต่อ string ;%M2% ท้าย system variable, Path.
Linux export PATH=$M2:$PATH
Mac export PATH=$M2:$PATH

ขั้นตอนที่ 8: ตรวจสอบการติดตั้ง Maven

เปิด consoleเรียกคำสั่ง mvn

OS ขั้นตอน คำสั่ง
Windows เปิด Command Console c:\> mvn –version
Linux เปิด Command Terminal $ mvn –version
Mac เปิด Terminal machine:~ joseph$ mvn –version

สุดท้ายเราจะได้ Output จากการเรียกคำสั่งเป็นไปตามตารางด้านล่าง

OS Output
Windows Apache Maven 2.2.1 (r801777; 2009-08-07 00:46:01+0530)
Java version: 1.6.0_21
Java home: C:\Program Files\Java\jdk1.6.0_21\jre
Linux Apache Maven 2.2.1 (r801777; 2009-08-07 00:46:01+0530)
Java version: 1.6.0_21
Java home: C:\Program Files\Java\jdk1.6.0_21\jre
Mac Apache Maven 2.2.1 (r801777; 2009-08-07 00:46:01+0530)
Java version: 1.6.0_21
Java home: C:\Program Files\Java\jdk1.6.0_21\jre

ขั้นตอนที่ 9: ติดตั้ง Apache Tomcat:

คุณสามารถดาวน์โหลด Tomcat เวอร์ชันล่าสุดได้จาก http://tomcat.apache.org/ เมื่อคุณดาวน์โหลดเสร็จให้ทำการแตกไฟล์ในไดเร็กทอรี่ที่สะดวกในการจัดการ ตัวอย่างเช่น C:\apache-tomcat-6.0.33 สำหรับ windows หรือ /usr/local/apache-tomcat-6.0.33 สำหรับ Linux/Unix และทำการกำหนด CATALINA_HOME environment variable ชี้ไปที่ไดเร็กทอรี่ที่แตกไฟล์

Tomcat สามารถเริ่มได้โดย execute คำสั่งสำหรับ windows หรือเริ่มง่ายๆโดยการ double click ที่ไฟล์ startup.bat

 %CATALINA_HOME%\bin\startup.bat
 
 หรือ
 
 C:\apache-tomcat-6.0.33\bin\startup.bat

Tomcat สามารถเริ่มได้โดย execute คำสั่งสำหรับ Unix (Solaris, Linux, อื่นๆ)

$CATALINA_HOME/bin/startup.sh
 
หรือ
 
/usr/local/apache-tomcat-6.0.33/bin/startup.sh

หลังจากรัน Tomcat สำเร็จหน้าเว็บ default ที่มากับ Tomcatจะเปิดได้โดยเข้าไปที่ url http://localhost:8080/ ถ้าทุกอย่างปกติดีควรจะแสดงผลดังรูป

TomcatHomePage

 

นอกจากนี้ข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับการ config และรัน Tomcat สามารถหาอ่านได้จาก Tomcat web site: http://tomcat.apache.org

 

Tomcat สามารถหยุด (stop) ได้โดย execute คำสั่ง (windows)

 

%CATALINA_HOME%\bin\shutdown
 
หรือ
 
C:\apache-tomcat-5.5.29\bin\shutdown

Tomcat สามารถหยุด (stop) ได้โดย execute คำสั่ง (Unix, Solaris, Linux, อื่นๆ)

 

$CATALINA_HOME/bin/shutdown.sh

 

หรือ
/usr/local/apache-tomcat-5.5.29/bin/shutdown.sh
  1. JSF
  2. ภาพรวมของ JSF
  3. JSF – การเตรียม Environment
  4. JSF – สถาปัตยกรรม
  5. JSF – Life Cycle
  6. JSF – HelloWorld
  7. JSF – การจัดการ Beans
  8. JSF – Page Navigation
  9. JSF – Basic Tags
  10. JSF – Facelets Tags
  11. JSF – Convertor Tags
  12. JSF – Validation Tags
  13. JSF – Data Tables
  14. JSF – Composite Components
  15. JSF – Ajax
  16. JSF – Event Handling
  17. JSF – JDBC Integration
  18. JSF – Spring Integration
  19. JSF – Expression Language
  20. JSF – Internationalization

อ่านบทความถัดไป>

JSF ภาพรวม และประโยชน์

JSF คืออะไร? (JSF ภาพรวม)

JSF  ภาพรวม – JavaServer Faces เป็น MVC web framework ที่ช่วยให้ง่ายในการสร้าง user interface (UI; ส่วนติดต่อผู้ใช้งาน) สำหรับ server-based applications โดยใช้หลักการนำ UI มาใช้ใหม่ (reuseable) ในหน้า page.JSF อื่นๆ ซึ่งเจ้า JSF มีสิ่งอำนวนความสะดวกในการทำให้ UI เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูล (data source) และเชื่อมต่อกับการจัดการอีเว้นท์ (event handler) ในฝั่งเซิร์ฟเวอร์ รายละเอียดของ JSF เป็นกลุ่มของ UI มาตรฐานและจัดหา Application Programming Interface (API) สำหรับการพัฒนา components.JSF ซึ่งยอมให้ นำไปใช้ใหม่ได้ และยังสามารถทำเป็นส่วนเสริม (extension) ให้กับ UI มาตรฐานที่มีอยู่เดิมได้ด้วย

ประโยชน์

JSF ช่วยลดเวลาในการสร้างและดูแล application ลง ซึ่งรัน (run) อยู่บน Java application server และจะแสดงผล UI บน client.JSF ซึ่งอำนวยความสะดวกในการพัฒนา Web application ดังนี้

  • UI ที่ทำขึ้นสามารถนำมาใช้ใหม่ได้
  • ทำให้การส่งผ่านข้อมูลระหว่าง UI ง่ายขึ้น
  • จัดการ UI state ข้ามหลายๆ server requests ได้
  • ยอมให้มีการทำ custom UI เป็นของเราได้
  • เชื่อมต่อ event ฝั่ง client sideไปฝั่ง server side application ได้

JSF UI component model

สิ่งที่ JSF มีมาให้นักพัฒนาโปรแกรมช่วยให้สามารถสร้าง Web application จาก UI ที่รวมเอาไว้ ซึ่งจะแสดงผลได้ด้วยตัวมันเองในหลากหลาย client (ตัวอย่าง เว็บบราวเซอร์, อุกรณ์ไร้สาย หรืออุปกรณ์ WAP)

สิ่งที่ JSF มีมาให้

  • library หลัก (core)
  • เซตขององค์ประกอบ UI พื้นฐาน – input ของ HTML มาตรฐาน
  • ส่วนเสริมขององค์ประกอบ UI พื้นฐานที่ใช้ในการสร้าง UI library ของเราเองหรือแต่งเติม UI เดิม
  • สามารถแสดงผล JSF UI โดยที่มี client หลายหลายแบบได้
  1. JSF
  2. ภาพรวมของ JSF
  3. JSF – การเตรียม Environment
  4. JSF – สถาปัตยกรรม
  5. JSF – Life Cycle
  6. JSF – HelloWorld
  7. JSF – การจัดการ Beans
  8. JSF – Page Navigation
  9. JSF – Basic Tags
  10. JSF – Facelets Tags
  11. JSF – Convertor Tags
  12. JSF – Validation Tags
  13. JSF – Data Tables
  14. JSF – Composite Components
  15. JSF – Ajax
  16. JSF – Event Handling
  17. JSF – JDBC Integration
  18. JSF – Spring Integration
  19. JSF – Expression Language
  20. JSF – Internationalization

อ่านบทถัดไป>

คำค้น: JSF ภาพรวม, ประโยชน์ของ JSF

สเปคแจ่ม Nvidia GeForce GTX 960 การ์ดจอใหม่ล่าสุด

ในปลายปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวการ์ดจอ GeForce GTX 960 พร้อมกับภาพหลุดมาก่อนแล้ว แต่วันนี้ก็มีข้อมูลหลุดมากันอีกรอบซึ่งจะเผยถึงสเปคและประสิทธิภาพของมัน

GeForce-GTX-960

 

ได้ข้อมูลนี้มาจากเว็บไซต์จากจีนเว็บหนึ่งที่ได้ระบุสเปคเจ้าการ์ดจอตัวนี้ไว้โดยละเอียดดังนี้

  • GPU Clock Rate : 1200 MHz
  • การประมวลผล : 2.4TFLOPS (ประมวลผลขั้นสูงสุด)
  • Bandwidth สูงสุด : 112 GB/s
  • มีหน่วยความจำ : 128 Bit
  • 1024 Stream Processors

เจ้า Geforce GTX 960 นี้ยังถูกทดสอบเปรียบเทียบความต่างกับการ์ดจอรุ่นอื่นอย่าง GTX 680 และ GTX 770 ทั้งในแง่ของประมวลภาพ 3D ซึ่งถ้าหากการทดสอบออกมาได้ดีกว่ามันก็อาจทำให้ GTX 960 เป็นที่นิยมในอนาคตอีกทั้งมีการตั้งราคาเริ่มต้นกันไว้แล้วด้วยโดยคาดการณ์ไว้ว่าราคาจะอยู่ที่ $200 ดอลล่าร์หรือ 6,567 บาทโดยประมาณแต่ทว่าทางต้นสังกัด Nvidia ก็ยังไม่ออกความเห็นใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้