ราคา Macbook, iMac, Mac Mini, Mac Pro รุ่นล่าสุด (2017)

ราคา Mac หรือราคา Computer จาก Apple ล่าสุดทุกรุ่น อัพเดทวันที่ 29 กรกฎาคม 2560
ราคาเป็นเงินบาท ซึ่งเป็นราคาสั่งซื้อจาก Apple Store ครับ

MacBook – เริ่มต้นที่ ฿47,900
MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว – เริ่มต้นที่ ฿35,900
MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว – เริ่มต้นที่ ฿72,900

อ่านเพิ่มเติม ราคา Macbook, iMac, Mac Mini, Mac Pro รุ่นล่าสุด (2017)

วิธีทำตัวขี้เกียจ แด่คนที่ขี้เกียจไม่เป็น

วิธีทำตัวขี้เกียจวิธีทำตัวขี้เกียจ การทำตัวขี้เกียจอาจทำให้ดูแย่ แต่เคยคิดไหมว่าทำไม ก็เพราะว่าพวกที่บ้างานที่เครียดจัดมักจะคิดว่าโลกจะต้องแตกแน่ถ้าพวกเขาหยุดพักหายใจโดยไม่ทำอะไรซักนาทีหนึ่ง หรือเพราะความเชื่อบอกว่าความขี้เกียจมันเป็นบาป หรือเพราะการทำแบบนั้นซ้ำๆ อาจจะทำให้คิดว่าเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เลย ถึงเวลาแล้วที่จะถอนความคิดนั้นออกไป เพราะความจริงแล้วมันเป็นหนทางที่จะไปสู่ความสุข ความผ่อนคลาย และถึงขึ้นประสบความสำเร็จได้เลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม วิธีทำตัวขี้เกียจ แด่คนที่ขี้เกียจไม่เป็น

Google Play Store เพลย์สโตร์ (Android Market) ช่องทางการซื้อแอพของ Android

Google ได้ไปจดลิขสิทธิ์ชื่อ Google Play เพื่อนำมาเปลี่ยนชื่อบริการคอนเท้นต์ต่างๆ ที่ทาง Google มี อาทิ เช่น Android Market, Google Movies, Google Music, Google Books เพื่อง่ายต่อการจดจำของผู้ใช้งาน โดยบริการทั้งหมดจะอยู่ภายใต้ชื่อ Google Play ซึ่งจะสอดแทรกคำว่า Play ลงไปในบริการต่างๆ เพิ่มเติม ตามนี้ Android Market จะเป็น Google Play Store, Google Movies เป็น Google Play Movies, Google Book เป็น Google Play Books และ Google Music เป็น Google Play Music Apps ตอนนี้เวอร์ชั่นล่าสุดเป็น Google Play Version 4.5.10  อ่านเพิ่มเติม Google Play Store เพลย์สโตร์ (Android Market) ช่องทางการซื้อแอพของ Android

Maven 3 คืออะไร

Maven 3 คืออะไร

กลับเข้าสู่คำถามที่ว่า What is Maven? มันคืออะไร? สิ่งนี้มันคือเครื่องมือตัวหนึ่ง จะเรียกได้ว่าเป็น  Quality Tool ก็ได้ คำสั่งที่สามารถสั่งได้ก็อย่างเช่น Compile, Clean, Test, Pack, Deploy   Maven มีข้อจำกัดในการปรับแต่งต่างๆว่าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงหรือทำการปรับแต่งได้มากแค่ไหน Maven เป็นโปรแกรมที่ต้องโหลดจากเว็บไซต์ของ Lib นั้นๆ ดังนั้นจำเป็นต้องมีอินเตอร์เน็ตในการดาวน์โหลด

ส่วนในเรื่องของการติดตั้งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้มีขั้นตอนดังนี้

  1.  สามารถที่จะ Download maven ที่website http://maven.apache.org/download.html และอย่าลืมว่าก่อนจะโหลดได้นั้นต้องต่ออินเตอร์เน็ตด้วย

2. หลังจากนั้นก็ทำการตั้งค่า Environment และตั้งค่า Path ของ maven ให้เรียบร้อย

  1. และที่เหลือก็เป็นการทดลองเปิดใช้งานดู ซึ่งถ้าในครั้งแรกเราต้องการตรวจสอบก่อนโดยอาจจะพิมพ์คำสั่งไปประมาณว่า Maven Version

หน้าจอที่แสดงขึ้นมาเมื่อต้องใช้ Maven นั้นมันอาจจะดูยุ่งเหยิงวุ่นวายไปนิดหน่อย แต่ตัวนี้แหละที่มันจะเป็นตัวสำคัญในการกำหนดโปรเจ็คของเรา และข้อดีของมันก็คือมันสามารถใช้งานได้ดีกับ Library ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันไหนก็ตาม เราสามารถใช้ Maven เป็นตัวสร้างสคริปต์หรือว่าโปรเจ็คได้ด้วยตัวเอง

Maven เป็นเครื่องมือบริหารการจัดการสามารถสร้างงานขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆ สรุปแล้ววัตถุประสงค์ของ Maven3 ก็คือการสร้างประสิทธิภาพของงานให้ดีมากขึ้น โดยมีการปรับปรุงและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การพัฒนาโปรแกรมเพื่อพัฒนางานก็สามารถช่วยให้การทำงานต่างๆทำได้ง่ายมากกว่าเดิม แต่ข้อสำคัญที่ไม่ควรลืมเลยคือ Maven ต้องต่ออินเตอร์เน็ตด้วยถึงจะใช้ได้

Java EE 8 คืออะไร

Java EE 8 คืออะไร

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าตัวที่เรียกว่า Java นั้นมันคืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง? ก่อนที่เราจะไปรู้จัก Java EE นั่นเราต้องทำความเข้าใจกับเจ้า Java กันก่อน มาดูรายละเอียดกันเลย

Java คือภาษาของคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมากในการเขียนโปรแกรมและเว็บไซต์ต่างๆ Java มีพื้นฐานในการเขียนโปรแกรมเหมือนกับภาษา C ซึ่งเป็นภาษาพื้นฐาน Java สามารถเก็บค่าตัวแปรต่างหรือค่าคำสั่ง Method ได้ไว้ใน Class ต่างๆ เวลาใช้สามารถเรียกออกใช้ได้ ซึ่งสะดวกสำหรับเวลาปรับเปลี่ยนค่าตัวแปรหรือคำสั่งนั่นๆ

Java EE คือ ภาษาที่มีพื้นฐานในการเขียนโปรแกรม (Syntax) คล้ายกับ Java ทั้งหมดแต่ว่าจะมีชุดคำสั่ง API ซึ่งเอาไว้ใช้เขียนโค้ดให้กับระบบงานในระดับ Enterprise

ตอนนี้ Java EE8 ได้กำลังทำการปรับปรุงจาก Java EE 7 ซึ่ง Java EE7 นั่นได้มีปัญหาในการเชื่อมต่อข้อมูลในระบบองค์กรนั่นไม่ค่อยเวิร์คมากเท่าไหร่ จึงได้มีเริ่มพัฒนาให้เป็น Java EE8 เรามาดูข้อเปรียบเทียบระหว่าง Java EE7 และ Java EE 8 กันว่ามีอะไรดีขึ้นบ้าง

–          Java EE 8 ปรับเปลี่ยนการเชื่อมโยงข้อมูลในองค์กรให้มีประสิทธิ์ภาพมากกว่า Java EE 7 เพราะ Java EE 7  นั่นมีปัญหาในการเชื่อมโยงข้อมูลในองค์กร

–          Java EE 8  ได้มีการคาดการว่าจะรองรับระบบต่างๆและมี Feature มากขึ้นและผู้พัฒนาคาดว่าจะมีคนนิยมใช้เจ้า Java EE 8 มากกว่า Java EE 7

และในล่าสุดนั้นได้มีความคืบหน้าของ Java EE 8 ว่าตอนนี้ได้ผ่านกระบวนการรับรองมาตรฐานจาก Java Community Process (JCP) แล้ว และคาดการว่าจะเปิดตัวรุ่นจริงในปี 2016 นี้

HTML5 คืออะไร

HTML5 คืออะไร คงจะมีบางท่านที่ยังไม่เคยรู้จัก

คงจะมีบางท่านที่ยังไม่เคยรู้จัก HTML5 ว่ามันคือโปรแกรมอะไร มีประโยชน์อย่างไร และความจำเป็นของ HTML5นั้นมีมากน้อยแค่ไหน? HTML5 เป็นภาษาใหม่ที่ได้พัฒนาต่อยอดมาจาก HTML ธรรมดา เพื่อให้การเขียนโปรแกรมหรือสร้างเว็บไซต์นั่นง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนั่นการโหลดหน้าเว็บของ HTML5 ยังโหลดเร็วขึ้นอีกด้วย

การใช้งานของ HTML5  เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่ามีเว็บดังอย่าง Youtube เปลี่ยนไปใช้ HTML5 แล้ว นอกจากนั้น HTML5 ยังมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการการเขียนแบบเดิมให้สะดวกมากยิ่งขึ้นเช่น การกำหนดค่าภาษา Features ใหม่ๆที่น่าสนใจ และยังสามารถประยุกต์ใช้กับการใช้งานอื่นๆได้อีกหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น

–      Semantic Markup  ที่เป็นการเพิ่ม Element ที่อ่านง่าย มองง่าย ทำให้คนพัฒนาใช้งานได้สะดวกขึ้นและก็ยังส่งผลดีต่อการทำ SEO อีกด้วย

–      Canvas ตัวนี้สามารถใช้ในการวาดรูปได้เลย โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นช่วยให้ยุ่งยากแถมมันยังใช้ได้ดีอีกด้วย แต่มันจำเป็นต้องใช้ภาษา Javascript เป็นตัวช่วย

–      Contenteditable เพิ่มความง่ายและความสะดวกสบายในการแก้ไขข้อมูลเว็บไซต์ โดยเราสามารถใช้ตัวนี้แก้ไขเว็บผ่านตรงหน้าเว็บได้เลย

ปัจจุบันการสร้างเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพต้องอาศัยตัว support อย่าง HTML5 เป็นสิ่งสำคัญ เว็บที่สร้างด้วย HTML5 ไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมเพิ่มเติมก็สามารถเข้าใช้งานได้ Browser ส่วนในคอมพิวเตอร์ใหญ่ตอนนี้จะสามารถเปิดเว็บไซต์ที่สร้างด้วย HTML5 ได้หมดแล้ว นอกจากนั่นบราวเซอร์บนมือถือก็สามารถเปิดเว็บไซต์ที่สร้างด้วย HTML5 ได้เหมือนกันยกตัวอย่างเช่น Safari ใน ios และ Browser ต่างๆที่มีมากับระบบปฏิบัติการ Android Blackberry และ Windowsphone

ว่ามันคือโปรแกรมอะไร มีประโยชน์อย่างไร และความจำเป็นของ HTML5นั้นมีมากน้อยแค่ไหน? HTML5 เป็นภาษาใหม่ที่ได้พัฒนาต่อยอดมาจาก HTML ธรรมดา เพื่อให้การเขียนโปรแกรมหรือสร้างเว็บไซต์นั่นง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนั่นการโหลดหน้าเว็บของ HTML5 ยังโหลดเร็วขึ้นอีกด้วย
การใช้งานของ HTML5 เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่ามีเว็บดังอย่าง Youtube เปลี่ยนไปใช้ HTML5 แล้ว นอกจากนั้น HTML5 ยังมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการการเขียนแบบเดิมให้สะดวกมากยิ่งขึ้นเช่น การกำหนดค่าภาษา Features ใหม่ๆที่น่าสนใจ และยังสามารถประยุกต์ใช้กับการใช้งานอื่นๆได้อีกหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น
– Semantic Markup ที่เป็นการเพิ่ม Element ที่อ่านง่าย มองง่าย ทำให้คนพัฒนาใช้งานได้สะดวกขึ้นและก็ยังส่งผลดีต่อการทำ SEO อีกด้วย
– Canvas ตัวนี้สามารถใช้ในการวาดรูปได้เลย โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นช่วยให้ยุ่งยากแถมมันยังใช้ได้ดีอีกด้วย แต่มันจำเป็นต้องใช้ภาษา Javascript เป็นตัวช่วย
– Contenteditable เพิ่มความง่ายและความสะดวกสบายในการแก้ไขข้อมูลเว็บไซต์ โดยเราสามารถใช้ตัวนี้แก้ไขเว็บผ่านตรงหน้าเว็บได้เลย
ปัจจุบันการสร้างเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพต้องอาศัยตัว support อย่าง HTML5 เป็นสิ่งสำคัญ เว็บที่สร้างด้วย HTML5 ไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมเพิ่มเติมก็สามารถเข้าใช้งานได้ Browser ส่วนในคอมพิวเตอร์ใหญ่ตอนนี้จะสามารถเปิดเว็บไซต์ที่สร้างด้วย HTML5 ได้หมดแล้ว นอกจากนั่นบราวเซอร์บนมือถือก็สามารถเปิดเว็บไซต์ที่สร้างด้วย HTML5 ได้เหมือนกันยกตัวอย่างเช่น Safari ใน ios และ Browser ต่างๆที่มีมากับระบบปฏิบัติการ Android Blackberry และ Windowsphone

11 วิธี ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความจำดี

ความจำดี

” ความจำดี ”

เคยหรือไม่ ที่รู้สึกว่าตัวเองนั้นช่างขี้ลืมจริง ๆ จนอยากที่จะหาวิธีที่ช่วยให้ความจำดี รวมทั้งในบางครั้ง ก่อนการสอบครั้งใหญ่ เราก็อยากที่จะจำเนื้อหาต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการสอบให้ได้มาก ๆ หากว่าเราเคยพบกับสิ่งเหล่านี้มาแล้ว วันนี้กระปุกดอทคอมขอนำเคล็ดลับง่าย ๆ 11 ประการ ที่จะช่วยทำให้เรามีความจำที่ดีขึ้น มาฝากให้ทุก ๆ คนได้นำไปทดลอง


           1. ครุ่นคิดถึงสิ่งนั้น ๆ อย่างน้อย 8 วินาทีเพื่อ ความจำดี และนาน

          ในทุกวันนี้เรามักจะคิดถึงสิ่งต่างในสมองอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการที่เราจดจ่อ ครุ่นคิดถึงสิ่ง ๆ หนึ่งที่ต้องการจดจำเป็นเวลาอย่างน้อย 8 วินาที จะทำให้สมาธิของเราวนเวียนอยู่กับสิ่งนั้น ๆ ซึ่งจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ช่วงเวลา 8 วินาทีนั้น ก็คือเวลาขั้นต่ำสุดที่สมองของเราจะย้ายข้อมูลหนึ่ง ๆ จากส่วนความจำระยะสั้น ไปเก็บไว้ยังส่วนความจำระยะยาว 


           2. เลี่ยงการเดินผ่านประตู

          เคยไหมเมื่อเราเดินเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่ง แล้วก็เกิดลืมอย่างกะทันหันว่าจะเข้ามาทำอะไรในห้อง ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งนั้นเกิดขึ้นเพราะการเดินผ่านประตูนั้นมีแนวโน้มที่จะทำให้หัวของเราว่างเปล่า โดยจากการทดลองโดยให้ผู้เข้ารับการทดลองนำวัตถุสิ่งหนึ่งเข้าไปวางในห้องแล้วเดินออกมา เมื่อเราถามเขาทันทีที่ก้าวพ้นประตู พบว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะลืมไปแล้วว่าวัตถุนั้นคืออะไร มากกว่ากลุ่มคนที่เดินออกจากวัตถุในระยะทางเท่ากัน แต่ยังอยู่ภายในห้องนั้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าการเดินเข้าสู่สถานที่แห่งใหม่นั้น จะมีลักษณะเหมือนการรีสตาร์ทสมองของเรานั่นเอง


           3. ใช้มือข้างที่ถนัดในการทำสิ่งต่าง ๆ เป็นอย่างแรก

          หากเรามีปัญหาในการจดจำสิ่งต่าง ๆ ในการทำงานนั้น การทำให้ร่างกายของเราจดจำสิ่งนั้น ๆ ได้ก่อน จะช่วยพัฒนาความสามารถในการเรียกคืนข้อมูลของเราได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจากการศึกษาได้พบว่า หากเราเป็นคนถนัดขวา เรามักจะทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยมือขวาเป็นอันดับแรกก่อนที่เราจะจดจำสิ่งเหล่านั้น ซึ่งหากเราต้องการที่จะระลึกสิ่งต่าง ๆ ได้ ให้ลองใช้มือซ้ายของเราจับต้องสิ่งเหล่านั้นสักพัก ราว 45 วินาที เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกบีบอัดอยู่ในหัวค่อย ๆ ไหลออกมา


           4. ออกกำลังกาย

          นักวิทยาศาสตร์มองว่าการออกกำลังกายเป็นหนทางออกสำหรับทุกปัญหา ซึ่งรวมถึงปัญหาในด้านความจำ เพราะการลงมือกระทำทางกายภาพจะเพิ่มความตื่นตัว และเพิ่มออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมอง ซึ่งอาจช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของเซลล์ในสมองส่วนที่ตอบสนองต่อความทรงจำ โดยจากการศึกษาพบว่า หลังจากการออกกำลังกายเบา ๆ จะทำให้ผู้หญิงสามารถจำจดสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นกว่าช่วงก่อนออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้หญิงที่ออกกำลังกายมาตลอดช่วง 6 เดือนนั้น จะมีการพัฒนาความจำในส่วนของภาษาและสภาพแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย


           5. การนอนหลับ

          นักเรียนที่อยู่ในช่วงมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยส่วนมาก มักจะใช้เวลาทั้งคืนก่อนสอบใหญ่ไปกับการเคร่งเครียดอ่านหนังสือจนถึงวินาทีสุดท้าย โดยที่พวกเขาอาจจะไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว การนอนให้พอตลอดทั้งคืนนั้นย่อมให้ผลที่ดีกว่าการอ่านหนังสือจนถึงเช้า เพราะจากการศึกษาพบว่า ในขณะที่เราหลับ สมองของเราจะมีกระบวนการประมวลผลความคิดต่าง ๆ ที่ระดมเข้ามา เพื่อละทิ้งข้อมูลที่ไม่สำคัญ และช่วยเพื่อการจดจำข้อมูลที่สำคัญขึ้นเป็น 2 เท่า เช่นเนื้อหาในการสอบวันรุ่งขึ้นของเรา และรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นลงไปในส่วนความจำระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่สมองไม่สามารถทำได้หากเราฝืนตื่นอ่านหนังสือจนถึงเช้า


           6. ใช้แบบอักษรประหลาด ๆ 

          ในหนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ หรือตามอินเทอร์เน็ต ผู้คนมักจะทำให้ข้อความต่าง ๆ ดูโดดเด่นและง่ายต่อการอ่านด้วยการเพิ่มขนาดตัวอักษรและทำตัวหนา ขณะที่นักวิจัยกลับพบว่า ที่จริงแล้วตัวอักษรใหญ่ ๆ และตัวหนานั้นกลับจะทำลายความสามารถในการจำของเรา ขณะที่การใช้แบบตัวอักษรแปลก ๆ นั้น เป็นหนทางที่จะช่วยทำให้เราจดจำข้อมูลเหล่านั้นได้ดีที่สุด เพราะมันอ่านยากกว่า และต่างไปจากความเคยชิน ทำให้เราถูกบังคับให้จดจ่ออยู่ภับคำที่เขียวด้วยแบบอักษณแปลก ๆ นั้น จนสามารถจำมันง่ายขึ้น


           7. เคี้ยวหมากฝรั่ง

          เชื่อหรือไม่ว่า หมากฝรั่งช่วยทำให้เราจดจำข้อมูลภาษาและเสียงได้ดีขึ้น เมื่อเราเคี้ยวหมากฝรั่งไปพร้อม ๆ กับการพยายามจดจำข้อมูลต่าง ๆ เพราะการเคี้ยวนั้นช่วยทำให้เรามุ่งเป้ามายังสิ่งที่เราต้องการจะจำมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เหมาะสำหรับการจำสิ่งที่ต้องการเวลาจดจำนาน ราว 30 นาที ขณะที่การจดจำระยะสั้น การไม่เคี้ยวหมากฝรั่งจะให้ผลดีกว่า


           8. เขียนสิ่งที่ต้องทำด้วยมือ

          ขณะที่ทุกวันนี้คนมักจะนิยมการบันทึกข้อมูลทุกอย่างไว้ในโทรศัพท์ หรือในคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เบอร์โทรศัพท์ นัดหมายสำคัญ หรือแม้แต่สิ่งที่ต้องทำ เราจึงไม่รู้ตัวเลยว่าเราแทบจะจดจำข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้สักอย่างเดียว ดังนั้นหากเราต้องการจดจำข้อมูลใด ๆ นั้น ขอแนะนำให้เขียนสิ่งเหล่านั้นใส่กระดาษด้วยลายมือของเราเอง ซึ่งแม้ว่าเราจะไม่เคยกลับมาอ่านสิ่งที่เขียนไว้เลย แต่จากการศึกษาก็ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า การที่เราลงมือเขียนข้อมูลบางอย่างนั้น จะช่วยให้เราจดจำข้อมูลเหล่านั้นได้ดีขึ้นอย่างแท้จริง  


           9. เลี่ยงการเปิดเพลงขณะเรียนหรือทำงาน

          คงมีหลายคนที่ชอบการเปิดเพลงฟังขณะที่กำลังอ่านหนังสือเรียน หรือในขณะที่กำลังทำงาน เพราะคิดว่าจะช่วยทำให้จำเนื้อหาที่อยู่ตรงหน้าได้ดีขึ้น แต่จริง ๆ แล้ว นักวิจัยพบว่าการรับฟังเสียงรบกวนใด ๆ รวมทั้งการฟังเพลงนั้น จะทำให้เราไขว้เขวจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และจะทำให้หวนนึกถึงสิ่งที่เราอ่านไปได้น้อยลงในเวลาต่อมา เพราะเสียงเหล่านั้นทำให้เราเสียสมาธิได้ไม่ต่างจากการที่มีคนมาตะโกนข้างหูตลอดเวลา สำหรับคนที่เคยชินกับการฟังเพลงขณะอ่านหนังสือ เราอาจจะรู้สึกแปลก ๆ บ้างหากต้องนั่งอ่านหนังสือท่ามกลางความเงียบสงบ แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันแล้วว่า ในจะให้ผลที่ดีในระยะยาวอย่างแน่นอน


           10. จินตนาการ

          การใช้จินตนาการมาช่วยสร้างความจดจำนั้น เป็น 1 ในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการจำบางสิ่งบางอย่าง เพราะเป็นการที่เรานำข้อมูลต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกับภาพที่เรามองเห็น ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการเรียกข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งถูกเรานำมาเชื่อมโยงเป็นภาพที่มองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนในสมองของเรา 


           11. วาดรูปเล่นแก้เบื่อความจำดี

          หากเรากำลังนั่งเบื่ออยู่ภายในห้องเรียนหรือระหว่างการประชุม ลองหยิบดินสอมาวาดรูปเล็ก ๆ บนเอกสารของเราดูสิ แม้ว่าการวาดรูปเล่นนั้นจะดูเหมือนเราไม่ให้ความสนใจต่อการเรียนหรือการประชุมตรงหน้า แต่เชื่อหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วการที่เราแอบวาดรูปเล่นนั้นเป็นการทำให้สมองของเรามีการทำงาน ขณะที่การนั่งฟังเฉย ๆ ความเบื่อจะทำให้สมาธิของเราหลุดออกจากเนื้อหาที่ได้ฟังไปในที่สุด จนทำให้จดจำข้อมูลเหล่านั้นได้น้อยกว่าคนที่นั่งวาดรูปเล่นเสียอีก ดังจะเห็นได้จากการทดลองที่ให้คนกลุ่มหนึ่งวาดรูปเล่นขณะนั่นฟังเทปการสนทนาที่น่าเบื่อ ขณะที่คนอีกกลุ่มไม่วาด พบว่า กลุ่มที่วาดรูปเล่นสามารถจำเนื้อหาได้มากถึง 29% ซึ่งมากกว่าอีกกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด

Credit: kapook.com

บทบาทของบุคคลใน Fanpage Facebook (Page role)

บทบาท Fan-page Facebook (Page role)

บทบาทของบุคคลที่จัดการหน้ามี 5 ประเภท เฉพาะผู้ดูแลเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนบทบาทของบุคคลหนึ่งๆ ได้ อ่านเพิ่มเติม บทบาทของบุคคลใน Fanpage Facebook (Page role)

Dropbox เก็บไฟล์ข้อมูลปลอดภัย เรียกดูไฟล์ได้ทุกที่

เคยไหมเวลาคอมเสียแล้วข้อมูลหายยากที่จะกู้กลับมาได้ เรามีทางออกให้คุณ โดยสามารถป้องกันได้ด้วยการใช้บริการ Dropbox เป็นที่ฝากไฟล์ที่ใช้งานสะดวกมากๆ เพียงแค่วางไฟล์ลงใน folder ของ dropbox ในเครื่องของคุณไฟล์จะถูกส่งไปสำรองไว้ที่ศูนย์ ข้อมูลอัตโนมัติ อ่านเพิ่มเติม Dropbox เก็บไฟล์ข้อมูลปลอดภัย เรียกดูไฟล์ได้ทุกที่

เงินกับงานอะไรสำคัญกว่ากัน

ในตอนที่ยังเป็นเด็กจบใหม่ หากมีคนมาถามว่าเงินหรืองานที่โดนใจอะไรสำคัญกว่ากัน หลายคนก็คงคิดว่าแน่น๊อน(เสียงสูง) ก็เราทำงานเพื่ออะไรหล่ะ เพื่อเงินนี่หว่า ส่วนมากจะให้คำตอบว่า “เงินสิครับ/คะสำคัญสุด” แต่เท่าที่สังเกตุจากตัวเองก็ได้พบสัจธรรมที่แท้จริง ว่างานที่โดนใจก็สำคัญไม่แพ้กับเงินเลย เพราะวันๆ หนึ่งเราจะต้องอยู่กับงาน 8 ชั่วโมงเป็นเวลา 5 วันใน 1 สัปดาห์ หากเราไม่มีความสุขกับมันแล้วก็ยากที่จะใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกงานอะไร ก็ต้องมั่นใจซะก่อนว่ามันใช่สิ่งที่เราค้นหาอยู่จริงหรือป่าว ตรวจสอบง่ายๆ ก็ถามคนที่สัมภาษณ์งานเรานั่นแหละ คนนั้นแหละที่จะช่วยให้เรารู้ว่าอนาคตเราจะต้องเจอกับอะไร ถ้ามันไม่ใช่แนวเราจะได้ไหวตัวทัน

อ่านเพิ่มเติม เงินกับงานอะไรสำคัญกว่ากัน